องค์ประกอบสำคัญของสปา
สปามีองค์ประกอบสำคัญ 5 ส่วน คือ
1. รูป ธุรกิจสปามักเน้นความสดชื่นจากธรรมชาติ เช่น บ่อน้ำพุร้อน มุมสงบของทะเล
ป่าเขา หรือการตกแต่งสถานบริการด้วยสีสันของธรรมชาติ เช่น สีน้ำตาลของไม้
ในเรื่องของสีนั้นถือว่ามีอิทธิพลต่ออารมณ์และการผ่อนคลายมีอยู่มากมายหลายสีด้วยกัน
เช่น
- สีขาว ให้ความรู้สึกสะอาดสบายตา เป็นสีของความบริสุทธิ์และความสงบสุข
- สีฟ้าอ่อน ให้ความรู้สึกที่ปลอดโปร่ง เปิดเผย เป็นสีแห่งความมีเสรี
- สีเหลืองอ่อน สีไข่ไก่ ให้ความรู้สึกนุ่มนวลและอ่อนโยน
- สีม่วงอ่อน ให้ความรู้สึกสงบ สุขุมและเยือกเย็น
- สีชมพูอ่อน ให้ความรู้สึกสดใสน่ารัก เป็นสีแห่งความอ่อนเยาว์เช่นวัยเด็ก
ผู้เชี่ยวชาญด้านการทำสปาแนะนำว่า
รูปทรงของสิ่งต่างรอบตัวนั้นจะส่งผลต่อพลังงานในร่างกายของมนุษย์ ดังนั้น
จึงควรหลีกเลี่ยงอุปกรณ์หรือสิ่งของที่มีลักษณะทรงเหลี่ยม ทรงตัด
และสิ่งที่แหลมมีคม ควรใช้วัสดุที่ผลิตจากวัสดุธรรมชาติ เช่น ไม้ไผ่ หวาย
เพราะนอกจากจะสวยงามดูเป็นธรรมชาติแล้ว ยังสามารถหาได้ง่ายในประเทศของเราด้วย
ทั้งในการจัดตกแต่งให้ดูกลมกลืนกัน
แสงนั้นก็ถือได้ว่ามีความสำคัญอย่างยิ่งที่ส่งผลต่ออารมณ์
แสงจะเป็นตัวช่วยทำให้บรรยากาศรอบตัวนุ่มนวลและสงบลง ควรเป็นแสงที่ได้จากธรรมชาติ
ช่วงเวลาซึ่งถือว่ามีแสงจากธรรมชาติที่เหมาะสมที่สุด คือ ในช่วงตอนเช้าประมาณ 7
โมงและในช่วงตอนเย็นประมาณ 5 6 โมง หรือถ้าเป็นในช่วงเวลากลางคืน
ก็สามารถเปิดโคมไฟดวงเล็กๆหรือจุดเทียนไข เทียนหอม
ซึ่งจะสร้างบรรยากาศและความรู้สึกดีๆ จากแสงสีนวลตาได้
2. รส การให้บริการอาหารและเครื่องดื่ม เพื่อการลดมลพิษในร่างกาย
มีการนำอาหารและเครื่องดื่มที่มาจากธรรมชาติ
ใช้ศาสตร์ว่าด้วยการโภชนาการเพื่อให้คำแนะนำเรื่องอาหาร
โดยเฉพาะอย่างยิ่งหากผู้ใช้บริการมีปัญหาในด้านสุขภาพ เช่น
มีโรคประจำตัวที่ต้องรักษา พักฟื้นระยะยาว โดยเป็นเครื่องดื่มจากสมุนไพรธรรมชาติ
หรือถ้าเป็นเนื้อสัตว์ก็จะเป็นจำพวกปลาที่ให้ไขมันต่ำ เป็นอาหารเชิงสุขภาพ
แต่ได้รสชาติที่ดี ซึ่งถ้าต้องการที่จะฟื้นฟูสุขภาพร่างกายตัวเอง
จะต้องเปลี่ยนพฤติกรรมการกินเมื่อมาอยู่ในสปาการสร้างบรรยากาศด้วยรส
เป็นการผ่อนคลายด้วยลิ้นหรือการกิน
ถ้าจะว่าด้วยการผ่อนคลายในประเภทนี้ถือว่าเป็นการผ่อนคลายที่ง่ายที่สุด ไม่ยุ่งยาก
และแม้ว่าการกินจะไม่ใช่เรื่องที่สำคัญที่สุดในชีวิต
แต่การกินก็เป็นความสุขระดับต้นๆที่หาได้ง่ายในชีวิตประจำวันของคนเรา
อาหารที่ดีนั้นนอกจากจะอร่อยถูกลิ้นแล้ว
สิ่งที่สำคัญกว่านั้นคือในเรื่องคุณประโยชน์ต่างๆที่มีแก่ร่างกาย
ความสะอาดถูกสุขลักษณะ หน้าตาที่เชื้อเชิญชวนชิมและต้องอยู่ในปริมาณที่พอดี
ไม่มากและไม่น้อยจนเกินไป ในเรื่องของการสร้างบรรยากาศด้วยรสที่สปานั้น
อาจเป็นขนมขบเคี้ยวที่เป็นธัญพืช สลัดผัก ผัดผักรวมมิตร เครื่องดื่มสมุนไพร เช่น
ชามะลิ ชาผลไม้ น้ำขิง น้ำมะตูม
ซึ่งอาหารและเครื่องดื่มแต่ละชนิดที่ผู้บริโภคจะได้รับนั้น ขึ้นอยู่กับสปาแต่ละแห่งที่จะเลือกและบางแห่งจะมีสูตรอาหารหรือเครื่องดื่มที่คิดค้นขึ้นเองอีกด้วย
3. กลิ่นหอม ใช้หลักของสุคนธบำบัด (Aromatherapy) มาจากรากศัพท์ 2 คำ คือ aroma
หมายถึง กลิ่นหอม และ therapy หมายถึงการบำบัด เพื่อสร้างความกลมกลืนระหว่างร่างกาย
จิตใจ และจิตวิญญาณ ที่จะกระตุ้นให้คนแสดงความรู้สึกรักและสงบสุข
ช่วยบรรเทาอาการไม่สบายต่างๆด้วยกลิ่นหอมของดอกไม้ (flower essence) น้ำมันหอมระเหย
เทียนหอม ธูปหอม เกลือหอม บรรยากาศทางกลิ่นนั้น
น้ำมันหอมระเหยถือว่าได้รับความนิยมมากที่สุดเพราะสามารถนำไปใช้ได้หลายทางและมีสรรพคุณมากมาย
เช่น สร้างความรู้สึกผ่อนคลาย สร้างพลังงานความกระปี้กระเปร่า ทำให้เกิดสมาธิ
ทำให้เกิดความคิดสร้างสรรค์ กระตุ้นระบบไหลเวียนโลหิต ฟื้นฟูกล้ามเนื้อขาที่อ่อนล้า
ฟื้นฟูสภาพจิตใจที่เฉื่อยชาเซื่องซึม
น้ำมันหอมระเหย (Essential Oil)
เป็นการนวดโดยใช้น้ำมันหอมระเหยเป็นส่วนประกอบน้ำมันหอมระเหยนั้นเริ่มใช้กันมาตั้งแต่ครั้งอียิปต์โบราณ
โดยใช้ในการทำมัมมี่เพื่อเป็นการฆ่าเชื้อโรคและไม่ให้เกิดกลิ่นเหม็นเน่า
นอกจากนี้ยังใช้ในการชโลมเพื่อบำรุงผิวพรรณให้เปล่งปลั่ง หอมสดชื่น ส่วนในกรีกโบราณเชื่อว่าไวน์ที่มีกลิ่นหอมจะทำให้เมาน้อยกว่า
ดังนั้น จึงมักผสมกลิ่นที่ช่วยทำให้รู้สึกผ่อนคลายอย่างกุหลาบ
และดอกไวโอเลตลงไปในน้ำเมาด้วย ชาวอิสลามนำน้ำมันหอมระเหยจากกุหลาบและมัสก์ผสมเข้ากับปูนสร้างอิฐในการก่อกำแพงสุเหร่า
เพื่อให้มีกลิ่นหอมโชยในยามเที่ยงวัน
ในประเทศอินโดนีเซียมีการโปรยสมุนไพรหอมและกลีบดอกไม้ลงบนเตียงของคู่บ่าวสาว
มีวิธีการที่นำน้ำมันหอมระเหยจะเข้าสู่ร่างกายได้ 2 วิธี คือ
1. ทางการสูดดม
2. ทางการซึมซาบเข้าสู่ผิวหนังมักจะมีการเจือจางก่อนเสมอในน้ำมันพืช
โดยโมเลกุลของน้ำมันหอมระเหยนี้มีขนาดเล็กมากพอที่จะแทรกซึมเข้าสู่ผิวหนังได้โดยตรง
การใช้น้ำมันหอมระเหยที่สกัดจากธรรมชาติแท้ๆ
จะมีประสิทธิภาพในการนำพาความทรงจำและจินตนาการ
ปัจจุบันมีน้ำมันหอมระเหยหลายต่อหลายกลิ่นเกิดขึ้น สรรพคุณและคุณสมบัติของนํ้ามันหอมระเหยแต่ละชนิดก็แตกต่างกันไป
บางชนิดทำให้รู้สึกอบอุ่น สดชื่น มีชีวิตชีวา สงบ สบาย ปลอดโปร่ง สร้างความมั่นใจ
ร่าเริง ลดความกระวนกระวาย แต่นํ้ามันหอมระเหยบางชนิดก็มีข้อควรระวัง เช่น
ห้ามใช้ในสตรีมีครรภ์ ระคายเคืองผิวหนัง ห้ามใช้กับทารก ผู้ป่วยลมชัก
ผู้ป่วยความดันโลหิต ส่วนบางอย่างก็ออกแบบให้เหมาะกับธาตุ
ปีเกิดและราศีของแต่ละบุคคล ซึ่งก็ขึ้นอยู่กับสปาแต่ละแห่งและความต้องการของผู้บริโภคว่าจะเลือกใช้แบบใด
4. เสียง วัฒนธรรมโบราณเชื่อว่าเสียงมีพลังบำบัดโรค นำเสียงมาใช้ในการรักษาโรค
มีการนำอุปกรณ์คลื่นเสียง (อุลตราซาวน์)
มาใช้ในแผนกกายภาพบำบัดของโรงพยาบาลแผนปัจจุบันสมัยใหม่มากมาย
เปิดโอกาสแก่ผู้คนให้หลบหลีกจากเสียงรบกวน มาเสาะแสวงหาความสงบในสปาเพื่อ
ผ่อนคลายทั้งร่างกายและจิตใจ
เสียงในการบำบัดผ่อนคลายนี้มาจาก 2 ทาง คือ
1. เสียงจากธรรมชาติ เป็นเสียงที่เกิดขึ้นเองโดยไม่ได้มาจากการกระทำของมนุษย์
เสียงเหล่านี้ เช่น เสียงลมพัด นกร้อง ฝนตก ใบไม้ไหวกระทบกัน ฯลฯ
เสียงประเภทนี้มีผลในการผ่อนคลายจิตใจเป็นอย่างมาก
เพราะเสียงจากธรรมชาติจะช่วยสร้างความรู้สึกสงบลึกล้ำและทำให้เกิดความเพลิดเพลินใจได้อย่างไม่รู้ตัว
2. เสียงที่ไม่ได้จากธรรมชาติ เป็นเสียงที่เกิดขึ้นโดยการกระทำของมนุษย์
เสียงเหล่านี้ได้แก่ เสียงเพลงจากเครื่องเล่นเพลงต่างๆ เครื่องดนตรีต่างๆ
การได้ฟังเพลงที่สบายๆและเป็นเพลงที่เปิดคลอเบาๆ
จะทำให้รู้สึกผ่อนคลายและเคลิบเคลิ้มไปกับเพลงนั้นๆทำให้คลายความวิตกกังวลที่มีอยู่ลงไปได้
5.สัมผัส การนวด (massage) เป็นวิธีบำบัดโดยใช้สัมผัสที่นิยมมากที่สุด คือ
การนวดเพราะผู้ที่ได้รับการนวดจะรู้สึกสบายตัวและสบายไปถึงจิตใจด้วย
อาจเป็นการนวดทั้งตัว นวดฝ่าเท้า นวดบ่า
การนวดจึงเป็นวิธีคลายเครียดที่ได้ผลดีมากที่สุด
เป็นการผ่อนคลายกล้ามเนื้อส่วนต่างๆ เสริมพลังกาย พลังใจ
ช่วยปรับปรุงระบบไหลเวียนโลหิต กล้ามเนื้อ ระบบประสาท ช่วยร่างกายสลายอาหาร
กำจัดของเสีย บรรเทาอาการปวดหลัง ปวดคอ ผ่อนคลายอาการเกร็งของกล้ามเนื้อในนักกีฬา
นักเต้นรำ หรือในผู้ที่ทำงานหนัก
หัวใจของสปา ก็คือ การนวดอย่างถูกวิธี ผู้ที่ให้บริการนวด
ควรจะเป็นผู้ที่เรียนรู้วิธีนวดอย่างถูกต้องและเรียนรู้ระบบต่าง ๆ
ของร่างกายอย่างถ่องแท้ ซึ่งประเทศไทยเราได้นำรูปแบบสปามาผสมกับภูมิปัญญาการนวดแผนไทย
ซึ่งมีเสน่ห์ในตัวของมันและสมุนไพรธรรมชาติสด ๆ
เข้ามาผสมผสานกับการนวดแบบของตะวันตก
ซึ่งเน้นการนวดแบบผ่อนคลายกับการนวดกดจุ่มต่อมต่าง ๆ
และเส้นเอ็นเส้นเลือดกับเส้นประสาท กับกลิ่นของสมุนไพรธรรมชาติของไทย
และสารสกัดจากพืชสมุนไพรมาเป็นน้ำมันหอมระเหยที่ใช้ในการนวดบำบัดรักษาสุขภาพร่างกาย
และรักษาฟื้นฟูแต่ปัญหาต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นกับผิวหนัง ซึ่งมีคุณลักษณะ 2 อย่าง
1. บำบัดดูแลภายนอก
ต่อต้านแบคทีเรีย
เป็นสื่อนำพาครีมบำรุงให้แทรกซึมเข้าสู่ชั้นผิวแท้
ป้องกันการสูญเสียน้ำหล่อเลี้ยงผิว
กระตุ้นการไหลเวียนของโลหิต ช่วยให้ผิวชุ่มชื้นยืดหยุ่น
2. บำบัดดูแลภายใน
ด้วยกลิ่นหอมอันสดชื่นของพืชสมุนไพรธรรมชาติเมื่อหายใจเข้าไปจะช่วยผ่อนคลายความเครียด
ทำให้ต่อมต่าง ๆ ใต้ผิวทำงานเป็นปกติ
ช่วยปรับสมดุลฮอร์โมนภายในร่างกาย
ขจัดสารพิษที่ตกค้างออกจากร่างกาย