Welcome to

Beauty & Spa

สุคนธบำบัด (Aroma Therapy)

        สุคนธบำบัด (Aroma Therapy) นับเป็นศาสตร์ทางศิลปะที่ผสมผสานอย่างลงตัวกับวิทยาศาสตร์ และเป็นที่รู้จักกันมานานกว่า 6,000 ปี มีการเริ่มต้นใช้ในอียิปต์ โดยชาวอียิปต์มักใช้การเผาให้ได้กลิ่นหอมเพื่อบูชาเทพเจ้า เช่น กลิ่น Frankincense บูชาพระอาทิตย์ กลิ่น Ra และ Myrrh บูชาพระจันทร์ นอกจากนี้ชาวอียิปต์ยังใช้กลิ่นจากพืชธรรมชาติเพื่อความสดชื่น นิยมใช้กับน้ำมันนวดและผสมลงในอ่างแช่ ต่อมาชาวกรีกได้นำ น้ำมันหอม (aromatic oils) มาใช้บำบัดรักษาโดยแพทย์กรีกผู้หนึ่งชื่อ Pedacius Dioscorides และเขาได้เขียนหนังสือ พืชสมุนไพรกับการแพทย์ไว้เมื่อประมาณ 1200 ปีมาแล้ว และหลักการนี้ก็ยังใช้อยู่จนปัจจุบันนี้

        ชาวโรมันได้รับความรู้ทางการแพทย์ด้วยการใช้กลิ่นบำบัดรักษามาจากชาวกรีก และได้พัฒนาหลักความรู้นี้ผสมผสานกับศาสตร์อื่น เช่น การนวดและการอาบ และถือได้ว่าชาวโรมันเป็นชาติแรกที่ทำการค้าเกี่ยวกับสุคนธบำบัด โดยนำเข้าผลิตภัณฑ์เครื่องหอมจากอินเดียตะวันออก และจากอาราเบีย ความรู้เกี่ยวกับน้ำมันหอมระเหยเริ่มแพร่กระจาย และได้รับความนิยมมากขึ้นหลังสงครามครูเสดระหว่างปี ค.ศ. 980-1037 นายแพทย์ อวิเซนา ชาวอาหรับได้คิดวิธีกลั่นน้ำมันหอมระเหยขึ้นเป็นครั้งแรก นอกจากนี้ยังมีหลักฐานทางประวัติศาสตร์ ยืนยันว่า ชาวจีนรู้จักวิธีใช้พืชสมุนไพรและกลิ่นหอมมานานพอ ๆ กับชาวอียิปต์ ในหนังสือสมุนไพรเล่มหนึ่งของจีนมีการจดบันทึกไว้ว่า เมื่อ 2,700 ปีก่อนคริสตกาล ชาวจีนสามารถแยกสารหอมจากพืชธรรมชาติได้มากกว่า 300 ชนิด และเช่นเดียวกับชาวอียิปต์ ชาวจีนก็ใช้การเผาไม้หอมเพื่อบูชาเทพเจ้า

        การนำกลิ่นหอมมาใช้กับการนวดนั้นมีมาแต่โบราณ ในการแพทย์สาขาอายุรเวทการแพทย์แผนโบราณของอินเดีย การนำกลิ่นหอมมาผสมกับน้ำมันหรือครีม ไขมันสัตว์ต่าง ๆ เป็นที่รู้จักและใช้กันมานาน แต่การใช้กลิ่นหอมในสมัยโบราณก็ยังไม่มีการค้นคว้าอย่างจริงจังถึงคุณสมบัติ และสรรพคุณของสารหอมที่มาแต่ละชนิด จนกระทั่งปี ค.ศ. 1910 Rene’ Maurice Gattefosse’ นักเคมีชาวฝรั่งเศสได้ทำการวิจัยอย่างจริงจังและมีการบัญญัติศัพท์คำว่า Aroma Therapy ขึ้นจนกระทั่งปี ค.ศ. 1936 จึงมีการใช้น้ำมันหอมระเหยในการฆ่าเชื้อโรคและสมานแผลอย่างแผลหลายในฝรั่งเศส Gattefosse’จึงได้รับฉายาให้เป็น บิดาแห่งสุคนธ์บำบัด ต่อมา Albert Couverur ชาวฝรั่งเศสได้จัดพิมพ์ตำราเกี่ยวกับคุณประโยชน์ของน้ำมันหอมระเหยขึ้น จากแนวศึกษาของ Gattefosse หลังจากนั้น Jean Valnet นายแพทย์ชาวฝรั่งเศสได้ศึกษาค้นคว้าทดลองเพิ่มเติมเกี่ยวกับน้ำมันหอมระเหย และนักเคมีชาวฝรั่งเศสชื่อ Margaret Maury ได้พัฒนาการใช้น้ำหอมระเหย กับการนวด และจากค้นคว้าของทั้ง 2 คนนี้ ทำให้ Micheline Arcier เชื่อมวิธีการของ Maury และ Velnet เข้าด้วยกันจนทำให้ สุคนธบำบัด หรือAroma Therapy เป็นที่นิยมไปทั่วโลก จนถึงทุกวันนี้

        การใช้สุคนธบำบัดในการรักษาโรค ต้องอาศัยความรู้ ความชำนาญ ในการเลือกใช้น้ำมันหอมระเหยกับอาการหรือผลที่ต้องการรักษาให้เหมาะสมกับ แต่ละบุคคล เพราะน้ำมันหอมระเหยอาจมีผลต่ออารมณ์และความรู้สึกที่ต่างกันในแต่ละบุคคล ทั้งนี้บางคนอาจมีผิวที่แพ้ง่าย วิธีทดสอบว่าแพ้น้ำมันหอมระเหยหรือไม่ อาจทดสอบง่ายๆได้โดย การหยดน้ำมันชนิดที่ต้องการใช้ลงบนข้อพับแขน แล้วปิดพลาสเตอร์ทิ้งไว้ประมาณหนึ่งวัน วันรุ่งขึ้นให้แกะพลาสเตอร์ออก หากไม่มีอาการระคายเคืองใดๆเกิดขึ้น เราก็น่าจะใช้น้ำมันนั้นได้อย่างปลอดภัย น้ำมันหอมประเภทที่ทำให้ระคายเคืองผิวหนังได้ง่าย ได้แก่ น้ำมันโรสแมรี น้ำมันเวอร์บีนา น้ำมันตะไคร้ น้ำ-มันเทียน ส่วนน้ำมันที่ผู้เชี่ยวชาญแนะนำในการใช้การใช้ก็มีอยู่บ้าง ได้แก่ น้ำมันระกำ น้ำมันอบเชย น้ำมันกานพลู น้ำมันเสจ และน้ำมันออริกานุ่ม เป็นต้น

 

 

By

www.samunpri.com